Brute Force คือการแก้รหัสผ่านแบบหนึ่งที่สามารถแก้ได้ทุกรหัสผ้านในทางทฤษฎีนะครับ ส่วนมากจะใช้วิธีนี้ต่อเมื่อไม่สามารถหาทางอื่นในการแก้รหัสผ่านได้ โดยวิธีนี้จะเกี่ยวกับการเช็ครหัสผ่านที่เป็นไปได้ทั้งหมดจนกว่าจะเจอรหัสที่ถูกต้อง ในกรณีที่แย่ที่สุด มันจะค้นหาจากความเป็นไปได้ทั้งหมด
การแก้รหัสผ่านโดยวิธี Brute Force จะใช้เวลามากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กลับความยาวของรหัสที่แก้ ยิ่งสั้นจะยิ่งเร็ว แต่ถ้ายิ่งยาวจะยิ่งเสียเวลามาก
โดยในปัจจุบันการเข้ารหัสจะเป็นแบบ 128 บิต หรือ 256 บิต ซึ่งมีความซับซ้อนมากโดยจะใช้เวลานานกว่าแบบ 56 บิต เหมือนแต่ก่อนมา โดยถ้า Brute Force ได้รหัสผ่านจากแบบ 56 บิต โดยใช้เวลา 1 วินาที การแก้รหัสแบบ 128 บิตจะใช้เวลา 128 149,745,258,842,898 ปี และถ้าเป็นการเข้ารหัสแบบ 256 บิตจะใช้เวลาเท่าไหร่นั้น ผมคิดว่าจ้าเอามาลงบล็อกแล้ว เลข 0 จะล้นหน้าจอ
แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆสำหรับปัจจุบันก็มีฮาร์ดแวร์ที่มีความสามารถในการคำนวณมาก เช่น GPU ที่อยู่ในการ์ดจอ ซึ่งบรรจุหลายร้อยตัวประมวลผลด้านใน ทำให้ส่งผลดีต่อการ Brute Force ทำให้มันเหมาะต่อการแก้รหัสผ่านมากกว่าโปรเซสเซอร์บ้านๆ แต่ก็มีรหัสผ่านรูปแบบที่ไม่สามารถใช้วิธีการ Brute Force ได้ นั่นคือรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว โดยจะใช้การแรนด้อมแบบไม่มีรูปแบบ
การเจาะรหัสผ่านแบบออฟไลน์จะป้องกันการเจาะไม่ได้แต่เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับฐานข้อมูลแล้ว admin หรือผู้ดูแลระบบจะสามารถจำกัดการใส่รหัสผ่านหลายๆครั้งได้ หรืออาจจะต้องใช้การระบุอักษรตามภาพ และการติดตาม IP ที่มีความผิดปกติ
เอาเป็นว่าบทความ IT Knowledge ครั้งแรกนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็เริ่มขี้เกียจแล้ว เลยเอาเป็นว่า ช่างมัรแล้วกัน (ฮา) ครั้งนี้ก็ขอสวัสดีครับ
ส่งท้าย คิดว่าจะมาแก้ไขให้มันอ่านง่ายหน่อย แต่ไม่นู้เมื่อไหร่ OTL
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น